พ่อ พลังแห่งการต่อสู้ของลูก

scoop_2552_12_24_01ถ้าแม่เป็นตัวแทนของ ความอบอุ่นและความรักแล้ว พ่อก็คือตัวแทนของพลังที่ช่วยปัดเป่าความอ่อนไหว และย่อท้อเพื่อผลักดันให้ลูกก้าวเดินต่อไปได้อย่างกล้าหาญ ทั้งพ่อและแม่จึงเป็นบุคคลที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แม่คือผู้ให้กำเนิดและอุ้มชูชีวิต ในขณะที่พ่อคือผู้พยุงและค้ำจุนชีวิต ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดา ของเราด้วย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันพ่อแห่งชาติที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานมานี้

พ่อ ในทางพุทธศาสนาหรือแม้แต่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2542 นั้น ได้ให้ความหมายที่ชัดเจนว่า หมายถึง ชายผู้ให้กำเนิดลูก และเป็นคำที่ลูกใช้เรียกบุคคลผู้เป็นบิดาของตน ในภาษาไทยนั้นมีคำที่มีความหมายว่า พ่อ อยู่หลายคำ อาทิเช่น? บิดา? บิดร? หรือ ชนก เป็นต้น และนอกจากนี้ในท้องถิ่นต่าง ๆ ต่างก็มีคำที่ใช้เรียกพ่อแตกต่างกันออกไปตามแต่ละภูมิภาค แต่ถึงกระนั้น คำเหล่านั้นก็ยังมีความหมายเดียวคือการกล่าวถึงชายผู้ให้กำเนิดตนนั่นเอง

ข้าพเจ้าเคยได้รับรู้มาว่า การที่เราใช้คำเรียกมารดาว่า ?แม่?? และเรียกบิดาว่า ?พ่อ? นั้น เนื่องจากว่าเสียงพยัญชนะ ?ม? และ ?พ? คือเสียงแรกที่เราเริ่มเปล่งออกมาเมื่อครั้งยังเป็นทารก จึงได้ใช้เสียงเหล่านี้สร้างเป็นคำเพื่อเรียกผู้ที่ให้กำเนิด สำหรับตัวข้าพเจ้าเองก็จำไม่ได้ว่าได้รู้จักคำว่าพ่อหรือแม่ครั้งแรกนั้น เมื่อไหร่ เพราะตั้งแต่เด็กจนมาปัจจุบันคำเหล่านี้ได้อยู่ในส่วนลึกของจิตใจของ ข้าพเจ้าแล้ว ราวกับว่าข้าพเจ้าเติบโตมาพร้อมกับคำสองคำนี้ก็ว่าได้ ซึ่งข้าพเจ้าก็เชื่อแน่ว่า ผู้อ่านหลาย ๆ ท่านคงมีความรู้สึกด้วยกันกับข้าพเจ้าในเรื่องนี้

พ่อ? คือ พลังแห่งการต่อสู้ ข้าพเจ้าเชื่อเช่นนั้น เพราะจากการที่ได้สัมผัสและคลุกคลีกับบรรดาลูกศิษต์ตัวเล็กของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นว่าเด็กที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพ่อจะมีความเป็นผู้นำและไม่ ย่อท้อกับเรื่องต่าง ๆ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากสำหรับตัวเองมากแค่ไหนก็ตาม ผิดกับเด็กจากอีกหลายครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน? หรืออยู่แต่กับคุณแม่จะมีความเป็นเด็กสูงและต้องการความช่วยเหลือตลอด สิ่งเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้าเล็งเห็นถึงความสำคัญของพ่อ ผู้ที่จะคอยให้พลังในการยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งต่าง ๆ ที่จะต้องเผชิญ

scoop_2552_12_24_01

นอก จากนี้ พ่อ ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้เด็กเล็กมีอัตลักษณ์ทางเพศของตนอย่างถูกต้อง อีกด้วย เพราะตามหลักเกี่ยวกับ อีโรจีเนียสโซน (erogenous zone) ของซิกมุนด์ ฟรอยด์ นักจิตวิทยาชาวออสเตรียได้อธิบายถึงช่วงเด็กในวัย 3-5 ปีว่าเป็นวัยที่เริ่มเรียนรู้ในเพศตรงข้าม ซึ่งในเด็กชายจะมีปมเอ็ดดิปุส (oedipus complex) คือ ปมที่กระตุ้นให้เด็กผู้ชายต้องการที่จะเลียนแบบพ่อ เพื่อดึงความสนใจของแม่ เพื่อให้แม่รัก และในขณะเดียวกันในเด็กผู้หญิงก็จะมีปมอีเล็คตรา (electra complex) ซึ่งจะกระตุ้นให้เด็กผู้หญิงเลียนแบบแม่ เพื่อให้พ่อรักเช่นเดียวกัน ซึ่งฟรอยได้เรียกกระบวนการนี้ว่า ?Resolusion of Oedipal Complex? ซึ่งเป็นช่วงที่การแสดงออกทางเพศของพ่อแม่มีความสำคัญอย่างมากกับการพัฒนา บุคลิกภาพของเด็ก

จากผลทางจิตวิทยาจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าพ่อหรือแม่ ต่างก็มีความสำคัญต่อการเลี้ยงดูเด็กที่ทั้งแตกต่างและผสมผสานกัน บางครั้งเราอาจกล่าวถึงพลังของแม่ที่มอบความรักความเอาใจใส่ให้ โดยหลงลืมถึงพลังของพ่อที่คอยฉุดรั้งให้เราลุกขึ้นสู้ ยามที่ตัวเองรู้สึกท้อใจ ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านี้คือสาระที่ควรให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ปัจจุบันนี้ครอบครัวได้กลายเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมากขึ้น ซึ่งครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวนั้นก็คือครอบครัวที่ดำเนินไปได้โดยพ่อหรือแม่ เพียงคนเดียว ซึ่งมีสาเหตุหลายประการไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเสียชีวิตของคู่สมรส? ปัญหาด้านเศรษฐกิจของครอบครัว หรือแม้แต่ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และหลายครั้งที่ผู้ตกเป็นจำเลยก็คือ ชายผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการขาดวุฒิภาวะของทั้งพ่อและแม่ที่ได้เริ่มต้นการมี ครอบครัว ซึ่งบทสรุปสุดท้ายก็มักจะออกด้วยการหย่าร้างหรือฟ้องร้อง โดยไม่มีใครหันกลับมามองว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ ลูกของพวกเขานั้นเอง

แม้ข้าพเจ้าจะมองว่าพ่อหรือแม่อาจสร้างครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวเองได้อย่างมี ความสุข แต่ข้าพเจ้าก็เชื่อว่า การที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์ อยู่กันพร้อมหน้าทั้ง พ่อ? แม่? ลูก นับเป็นเรื่องที่ประเสริฐมากกว่า ซึ่งการที่จะเป็นเช่นนั้นได้ก็มาจากความเข้าใจและซื่อสัตย์ต่อกันระหว่างคู่ สมรสเท่านั้นเอง ซึ่งปัจจุบันสิ่งเหล่านี้แทบจะเป็นเพียงแค่ลมปากของใครหลาย ๆคน โดยเฉพาะกับชายที่เป็นพ่อคน แต่ในนามที่ไม่รู้จักที่จะยอมรับสถานะของตนเอง ทำให้ประเทศไทยในยุคนี้เกิดปัญหาในครอบครัว โดยมีพ่อเป็นต้นเหตุขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ทำให้ภาพลักษณ์ของผู้เป็นพ่อดูย่ำแย่ลงไปอีกในสายตาของ สังคม เราจึงควรรักษาภาพลักษณ์ของพ่อที่ดีไว้? ไม่ให้กลายเป็นเพียงแค่ชายผู้ให้กำเนิดลูกเพียงอย่างเดียว

การ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของพ่อนั้น นอกจากเราในฐานะที่เป็นผู้ชายจะต้องปฏิบัติตนเป็นคนดีต่อตัวเองและครอบครัว ด้วยแล้ว ก็ควรส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนชายรู้จักความสำคัญของความเป็นสุภาพบุรุษ สร้างจิตสำนึกในการปฏิบัติตนที่ดีต่อสตรีและครอบครัว เพื่อสร้างให้กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่ผู้ชายไทยพึงปฏิบัติมากกว่าปล่อยให้ ประโคมข่าวแต่ปัญหาความแตกแยกภายในครอบครัว จนทำให้เด็กและเยาวชนไทยรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้คือเรื่องที่ธรรมดา และควรส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยรู้จักแสดงความรักต่อพ่อผู้ให้กำเนิดตน แล้วเรียนรู้สิ่งดี ๆ จากท่านเหล่านั้น เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีจากผู้เป็นพ่อสู่ลูกอีกด้วย

ผู้เขียน : นายนรรัชต์? ฝันเชียร

ที่มา : เว็บไซต์มูลนิธิเด็ก (http://www.ffc.or.th)

VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.22_1171]
Rating: 0 (from 0 votes)

Related posts:

วิจัยแนะแม่ตั้งครรภ์เลี่ยงฟังเพลงจาก ?เครื่องเล่นMP3?
ฟังหลักคิด ‘ท่านว.วชิรเมธี’ เตือนสติพ่อแม่ เลี้ยงลูกให้เป็น
เปิดจินตนาการคือการเปิดโลกกว้างให้กับลูกรัก
ทำแท้ง แก้ที่กฎหมายหรือแก้ที่จิตใจมนุษย์
เพราะคนเราไม่เหมือนกัน จะเปรียบเทียบกันทำไม
รวบรวมศูนย์บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่เนปาล